UFABETWINS ไม่เก่งอะไร ให้ไปฝึกทุ่ม : ลูกทุ่มกับฟุตบอลยุคใหม่ “แค่ไกลไม่ตอบโจทย์”

UFABETWINS ไม่มีใครทุ่มไกลได้เก่งเท่ากับ รอรี่ ดีแลป อดีตนักเตะของ สโต๊ค ซิตี้ อีกแล้ว

ไม่เก่งอะไร ให้ไปฝึกทุ่ม : ลูกทุ่มกับฟุตบอลยุคใหม่ "แค่ไกลไม่ตอบโจทย์"

 ลูกทุ่มของเขาสมบูรณ์แบบ สร้างประตูมากกว่า 10 ลูกในฤดูกาล … แต่เหตุใดยุคนี้จึงไม่มีใครทำอย่างเขาได้ แล้วทำไมไม่มีทีมไหนใช้สูตรทุ่มไกลจากนักเตะคนเดียวดูบ้างล่ะ ?

นี่คือเรื่องราวของการทุ่มในโลกฟุตบอลยุคใหม่ที่ไม่ได้ใช้แรงอย่างเดียว เพราะทุกวันนี้แค่ไกลอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องทุ่มอย่างเป็นมืออาชีพด้วย

หากการฝึกซ้อมสำเร็จเมื่อไหร่ นักเตะธรรมดา ๆ อาจจะกลายเป็นตัวอันตรายระดับที่ ดีแลป ทำไว้ได้เลยทีเดียว

ทุ่มไกล … “ใช่” แต่ไม่ 100%

พูดถึงเรื่องลูกทุ่ม ไม่มีใครจะไม่นึกถึง รอรี่ ดีแลป นักเตะกองกลางของทีม สโต๊ค ซิตี้ ที่สร้างตำนานทุ่มไกลเขย่าพรีเมียร์ลีก จนทำให้หลายคนรับรู้ถึงความอันตรายของลูกทุ่มที่แม่น แรง และหวังผลได้พอ ๆ กับลูกตั้งเตะเลยทีเดียว


Photo : www.90min.com

อย่างไรก็ตาม กรณีความเทพระดับ “เกิดมาเพื่อทุ่ม” อย่างดีแลปนั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะทำกันได้ทุกคน แม้แต่เขาเองยังบอกไม่ได้ว่าเคล็ดลับคืออะไร ทำไมเขาถึงสามารถทำให้วิถีลูกทุ่มพุ่งเข้าเป้าได้ขนาดนั้น หลัก ๆ แล้ว ดีแลปต้องการแค่ผ้าขนหนูสักผืนเพื่อเช็ดบอลให้แห้ง กันบอลลื่นออกจากมือเวลาทุ่มออกไป ส่วนเทคนิคที่เขาบอกได้ก็คือ เขาได้รับอิทธิพลมาจากการพุ่งแหลน กีฬาที่เขาเล่นมาตั้งแต่อายุ 15 ปี มันทำให้วงสวิงในการเหวี่ยงแขนของเขามีพลัง

ในฤดูกาล 2007-08 ดีแลปและลูกทุ่มของเขา ช่วยให้สโต๊คได้ประตูถึง 8 ลูก ในการแข่งขันพรีเมียร์ลีก แม้ไม่ใช่ตัวเลขที่มากมายนัก แต่สำหรับทีมท้ายตารางอย่างสโต๊ค ทุกประตูล้วนมีความสำคัญทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเมื่อเวลาผ่านไป การทุ่มไกลก็เริ่มจะห่างหายไปจากฟุตบอลอังกฤษพร้อม ๆ กับดีแลป ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ?

คำตอบของเรื่องนี้มันเป็นเหตุและเป็นผลอย่างที่สุด ดีแลปบอกว่าการทุ่มของเขา ทำให้สโต๊คไม่ต้องกลัวใครหรือทีมหน้าไหน เพราะพวกเขาสามารถสร้างโอกาสลุ้นประตูได้ทุกครั้งเมื่อบอลออกข้าง แต่สิ่งนั้นก็ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บที่หลังของเขา ในช่วงท้ายอาชีพ ดีแลปไม่สามารถทุ่มได้อย่างเดิม เพราะหลังของเขามีอาการบาดเจ็บอย่างรุนแรง แพทย์บอกว่าการทุ่มส่งผลต่อแผ่นหลังของเขา หลังจากนั้นเขาก็หยุดใช้ลูกทุ่มไกลแบบที่เคยทำ

สโต๊คเสียจุดเด่นเรื่องนี้ไปแล้ว และมันส่งผลถึงขั้นทำให้พวกเขาตกชั้นในฤดูกาล 2017-18 หรือ 5 ปีหลังดีแลปย้ายออกจากทีมไปเพราะทุ่มไกลไม่ได้เหมือนเคย และผลกระทบยังไม่จบแค่นั้น อาการบาดเจ็บที่หลังของดีแลป ส่งผลให้เขาต้องแขวนสตั๊ดในช่วงปล่ายปี 2013 หลังออกจากทีมช่างปั้นหม้อไม่ถึงปี

เรื่องนี้ทำให้เราเห็นได้ว่าการทุ่มไกลนั้นแม้จะสร้างโอกาสได้ แต่การหวังจากลูกทุ่มไกลเพียงอย่างเดียวเป็นทางเลือกที่ผิด ฟุตบอลคือกีฬาที่คุณจะชนะได้ด้วยการใช้เท้าเป็นหลัก คุณต้องควบคุมบอลด้วยให้ได้ก่อนเป็นอย่างแรก ตำนานของดีแลป กลายเป็นเรื่องเล่าขานในแบบที่ยังหาใครทำซ้ำไม่ได้มาจนกระทั่งทุกวันนี้

สิ่งที่น่าแปลกประหลาดใจคือ ในขณะที่ทุกคนพูดว่าสโต๊คอยู่ได้ด้วยลูกทุ่มของเขา และหลายคนจำเขาในภาพอื่น ๆ ไม่ได้เลยนอกจาก “บุรุษหนังสติ๊ก” แต่ ดีแลป พูดเองเสมอว่า การทุ่มไกลเป็นเพียงอาวุธเสริมเท่านั้น สิ่งที่ทำให้เขาเล่นฟุตบอลในระดับสูงได้ 13-14 ปี คือความเข้าใจเกม และทำหน้าที่หลัก ๆ ด้วยการใช้เท้ามากกว่า

ในขณะที่หลายคนบอกว่า หากมีคนทุ่มไกลอย่างดีแลปอยู่ในทีมก็คงจะดี เขากลับตอบไปว่านั่นคือแนวคิดที่ค่อนข้างจะหลุดโลกและเกินความจริงไปมาก เพราะแม้แต่เขาที่กลายเป็นโค้ชหลังจากแขวนสตั๊ดก็ยอมรับว่า เขาเองไม่สามารถสอนให้ลูกทีมทุ่มไกลได้ และเขาก็ไม่เคยคิดจะให้ลูกทีมเน้นซ้อมเรื่องการทุ่มไกลเป็นพิเศษด้วย


Photo : www.the42.ie

“การทุ่มเป็นส่วนหนึ่งของเกมก็จริงอยู่ แต่คุณจะได้ทุ่มได้สักกี่ครั้งกันในเกม 90 นาที ผมว่าน่าจะราว ๆ 20-25 ครั้งได้ ยิ่งการได้ทุ่มจากระยะที่สามารถทุ่มไกลจนถึงประตูได้ก็ไม่น่าจะเกิน 6-7 ครั้ง ดังนั้นผมคงไม่แนะนำให้นักเตะในทีมของผมซ้อมเล่นลูกทุ่มไกลวันละเป็นชั่วโมง ๆ หรอก สิ่งสำคัญของฟุตบอลคือคุณจะเป็นฝ่ายครอบครองบอลได้อย่างไรต่างหาก” ดีแลป ที่ครั้งหนึ่งรับบทกุนซือขัดตาทัพของสโต๊คกล่าว

ถ้าเจ้าพ่อต้นตำรับเรื่องการทุ่มไกลยังบอกว่า “ไปฝึกอย่างอื่นดีกว่า” ดังนั้นลูกทุ่มยังสำคัญอยู่ไหม ทุ่มไกลยังอันตรายอยู่หรือเปล่าในโลกฟุตบอลปัจจุบันนี้ … และนี่คือคำตอบ

ถ้าทุ่มไกลแล้วเจ็บ … ทำไมการทุ่มยังสำคัญ ? 

การทุ่มไกลทำให้เสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ และเป็นการเน้นที่ผิดจุดเกินไปหากจะใช้มันเป็นอาวุธหลัก ดังนั้นลูกทุ่มยังมีประโยชน์อะไรอีกนอกจากการพยายามทุ่มเพื่อเอาบอลลงนิ่ง ๆ และเล่นจังหวะต่อไปให้ได้ ?


Photo : thesefootballtimes.co

เรื่องนี้อาจจะยังไม่แน่ชัดนักในช่วงหลังจากที่ดีแลปเลิกเล่น เมื่อเขาเลิก คนก็พูดถึงเรื่องการทุ่มน้อยลง ทว่าฟุตบอลก็เหมือนกับเทรนด์การแต่งตัวนั่นแหละ สิ่งเก่า ๆ วนกลับมาเป็นของใหม่ได้เสมอ ผ่านการปรับปรุงโน่นนิดนี่หน่อย ลูกทุ่มกลับกลายมาเป็นประเด็นสำคัญที่หลายสโมสรระดับโลกเริ่มพิจารณาเรื่องนี้มากขึ้นแล้ว

“ถ้าทุ่มไกลไม่ได้ ก็จงทุ่มใกล้ ๆ แต่ให้ได้ประโยชน์ แม้แรงแขนของคุณจะทุ่มแบบโป้งเดียวถึงหน้าปากประตูแบบผมไม่ได้ ก็จงทุ่มให้เพื่อนร่วมทีมเล่นง่ายที่สุด มันอาจจะต้องเพิ่มจังหวะการเล่นอีกเล็กน้อย แต่ปลายทางคือหากคุณทุ่มดีแล้วเพื่อนเล่นง่าย และซักซ้อมการรับส่งมาอย่างเข้าใจ เพื่อนของคุณก็สามารถโยนบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษได้เหมือนกัน” นี่คือสิ่งที่ดีแลปทิ้งท้ายหลังจากผ่านยุคทุ่มไกลของเขามา

คำกล่าวของเขาตรงใจและบังเอิญเกิดขึ้นจริงกับทีม ลิเวอร์พูล ภายใต้การนำทีมของ เยอร์เก้น คล็อปป์ พวกเขาเป็นทีมแรก ๆ ที่ยอมเพิ่มตำแหน่งโค้ชในทีม เพื่อให้พื้นที่กับผู้เชี่ยวชาญด้านการทุ่มโดยเฉพาะ

หลังจากจบฤดูกาล 2017-18 ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในช่วงที่ “เกือบสำเร็จ” พวกเขาทำอันดับติดท็อป 4 ของพรีเมียร์ลีกหวุดหวิด และได้รองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกจากความพ่ายแพ้ต่อ เรอัล มาดริด 1-3 … คล็อปป์สำรวจและเพ่งพิจารณาจนเขาพบว่า มีบางสิ่งที่ทีมของเขายังทำให้ดีขึ้นกว่าเดิมได้ เมื่อเขารู้ข่าวการมีอยู่ของโค้ชการทุ่มบอลที่ชื่อว่า โธมัส กรอนเนมาร์ค ชายผู้ทำสถิติทุ่มไกลที่สุดใน กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์

ไหนว่าการทุ่มไกลมันตกยุคไปแล้ว ทำไมคล็อปป์ยังต้องจ้างโค้ชเพื่อมาทุ่มไกลอีก ? … คำตอบของเรื่องนี้คือ คล็อปป์เข้าใจชัดแจ้งเมื่อได้นัดคุยกับกรอนเนมาร์คเป็นการส่วนตัว ประเด็นคือเขาไม่ได่เก่งแค่ทุ่มไกล แต่เขาคือคนที่ศึกษาเรื่องการทุ่มในทุกรูปแบบ

คลิกเลย >>> UFABETWINS
อ่านเพิ่มเติม >>> บ้านผลบอล