UFABETWINS โคเรียน บูม : ซน ฮึง มิน & ฮวัง ฮี ชาน มรดกล้ำค่าจากฟุตบอลโลก 2002

UFABETWINS “ผมเริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังและตั้งความหวังไว้สูงมากหลังจากฟุตบอลโลกปี 2002 มันเปลี่ยนประเทศเราไปเลย” 

โคเรียน บูม : ซน ฮึง มิน & ฮวัง ฮี ชาน มรดกล้ำค่าจากฟุตบอลโลก 2002

 

หากคุณไม่ใช่แฟนฟุตบอลทีมชาติเกาหลีใต้หรือเป็นชาวเกาหลีใต้ รับรองได้ว่าคงไม่มีใครชอบใจนักที่ได้เห็นทัพโสมขาวคว้าอันดับ 4 ในฟุตบอลโลกปี 2002 ที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพร่วม

นี่คือผลงานของทีมเอเชียที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ ท่ามกลางการดูแคลนว่าพวกเขา “ปล้นชัย” ทีมเต็งอย่าง สเปน และ อิตาลี เพียงแต่ว่าในการถูกดิสเครดิตครั้งนั้น พวกเขาได้สร้างมรดกฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดชนิดที่ว่าตอนนี้ เกาหลีใต้ ไม่ต้องกลัวชาติไหนอีกแล้วบนโลก

 

พวกเขาสามารถชนะได้ทุกทีม และถึงแม้จะแพ้ก็แพ้แบบสูสีมีลุ้น เหนือสิ่งอื่นใดคือ 2 นักเตะที่ดีที่สุดในประเทศอย่าง ซน ฮึง มิน และ ฮวัง ฮี ชาน ก็กำลังร้อนแรงสุด ๆ ในพรีเมียร์ลีก

พวกเขาทั้งสองบอกว่าฟุตบอลโลก 2002 คือจุดเปลี่ยนที่ผลักดันให้ตัวเองมาถึงจุดนี้ … และไม่ใช่แค่นั้น ฟุตบอลโลกที่น่าอับอายในสายตาชาวโลกได้สร้างมรดกฟุตบอล ที่เปลี่ยนวัฒนธรรมและทัศนคติที่ชาวเกาหลีใต้มีต่อฟุตบอลไปตลอดกาล

นี่คือเรื่องราวอีกแง่มุมหนึ่งที่หลายคนไม่เคยรู้ ร่วมมองเอฟเฟ็กต์ของฟุตบอลโลกครั้งนั้น ผ่านชีวิตของ ซน และ ฮวัง ได้ที่ Main Stand

ฟุตบอลโลกที่เปลี่ยนทุกอย่าง

เกาหลีใต้ ไม่ใช่ชาติที่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลโลกเลยก่อนจะมาถึงปี 2002 ที่เป็นเจ้าภาพ เพราะแม้ก่อนหน้านั้นพวกเขาจะเป็นขาประจำจากโซนเอเชียได้แล้ว แต่ก็ตกรอบแรกมาตลอดทั้ง 5 ครั้งที่เข้ารอบสุดท้ายก่อนหน้า อีกทั้งยังไม่เคยคว้าชัยชนะมาได้เลย

 

ทว่าในปี 2002 อะไร ๆ ก็เปลี่ยนไป เกาหลีใต้ เป็นเจ้าภาพ (ร่วมกับญี่ปุ่น) และออกสตาร์ทด้วยชัยชนะเกมแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเหนือ โปแลนด์ 2-0 แม้ผ่านรอบแรกด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มในเวลาต่อมา แต่นาทีนั้นไม่มีใครกล้าคิดว่าปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นกับพวกเขา ทัพนักรบแทกึก ผ่านคู่แข่งอย่าง อิตาลี และ สเปน ในรอบ 16 และ 8 ทีมสุดท้ายตามลำดับ แม้หลายคนจะบอกว่านั่นคือการปล้นชัยชนะจากคู่แข่ง หลายคนไม่ยอมรับชัยชนะของเกาหลีใต้ ซึ่งมันยืนยันได้จากปฏิกิริยาของแฟนบอลทั่วโลกหลังจากที่ เกาหลีใต้ โดน เยอรมนี เขี่ยตกรอบตัดเชือก … นั่นคือวันที่ทุกคนรอคอย หากไม่ใช่คนเกาหลีใต้หรือแฟนบอลทีมชาติเกาหลีใต้ ไม่ใครทำใจได้แน่หากพวกเขายังหลุดเข้าไปถึงรอบชิงขนะเลิศ

นั่นคือปฏิกิริยาของคนนอก แต่สำหรับคนเกาหลีใต้และประเทศเกาหลีใต้ การแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 เปลี่ยนแปลงอะไรไปมากมาย ประการแรก ทัวร์นาเมนต์นี้ทำให้เกิด 10 สนามฟุตบอลสเตเดียมที่ผ่านการรับรองของฟีฟ่า และจุคนดูได้มากกว่า 40,000 คน แต่สิ่งที่เหนือกว่านั้นคือความ “อิน” กับฟุตบอลของประชากรชาวเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า พวกเขาเข้าใจแล้วว่ารสชาติของชัยชนะในการแข่งขันระดับโลกมันเป็นเช่นไร มันคือช่วงเวลาที่ตอนนั้น ฟุตบอลได้นำวัฒนธรรมหลายอย่างเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคสมัยใหม่โดยแท้จริง

 

“ฟุตบอลโลกปี 2002 เปลี่ยนขนบและหลักการคิดของชาวเกาหลีใต้ไปเยอะมากภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น เอาอย่างง่าย ๆ ที่สุดเลย ก่อนที่เราจะจัดฟุตบอลโลกครั้งนั้น ชาวเกาหลีใต้มีความเชื่อว่าธงชาติของพวกเขาถือเป็นสิ่งมงคลและสูงค่า แทบไม่มีการปรากฏว่าเอาลายธงชาติมาทำสินค้าแฟชั่นอย่าง เสื้อ หมวก รองเท้า เลย” ดร. อี จุง วู ผู้ศึกษาเกี่ยวกับนโยบายกีฬาในประเทศอังกฤษ กล่าวถึงช่วงเวลาที่เขากลับไปบ้านเกิดเมื่อปี 2002 เพื่อชมเกมฟุตบอลโลก

 

“เมื่อการแข่งขันผ่านไปเรื่อย ๆ เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรม เสื้อผ้าและรองเท้าลายธงชาติวางขายกันเต็มไปหมด หลายคนเพ้นท์สีรถเป็นลายธงชาติ … สิ่งที่เกิดขึ้นหมายถึง คำว่าชาตินิยมไม่จำเป็นจะต้องยกทุกสิ่งไว้ให้อยู่สูงเสมอไป ความสนุกสนานก็ถือเป็นชาตินิยมได้เหมือนกัน ผู้คนเริ่มมองว่าธงชาติเป็นสิ่งที่เป็นมิตรและเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิมอย่างสิ้นเชิง”

“ไม่ว่าทุกคนจะมองอย่างไร แต่ฟุตบอลโลก 2002 เปลี่ยนทุกอย่าง ก่อนหน้านี้เราเคยเจอวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงปี 2000 เราค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นทีละน้อย และหลังจากฟุตบอลโลกจบลง มันทำให้ชาวเกาหลีใต้ฮึกเหิมและภาคภูมิใจในชาติของตัวเองอีกครั้ง” 

 

“มันคือการระเบิดขึ้นอย่างกะทันหันของลัทธิชาตินิยมในเกาหลีใต้ มันคืนความร่าเริงให้ประเทศนี้ เราเปิดใจกับหลายสิ่งหลายอย่างมากขึ้น แม้กระทั่งคนต่างชาติอย่าง กุส ฮิดดิงก์ ก็ยังได้รับสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ของเกาหลีใต้เลยด้วยซ้ำ นี่ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ หรอกนะครับ” ดร. อี กล่าวกับ สกายสปอร์ต สื่อดังจากอังกฤษ

พวกเขาอาจจะไม่ได้หมายความถึงการได้ชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลโลกในบ้านของตัวเอง แต่สิ่งที่เป็นมรดกมาจนถึงทุกวันนี้ เกาหลีใต้ เป็นชาติที่เปิดรับวัฒนธรรมต่างชาติมากขึ้น ไม่ว่าจะในแง่ฟุตบอลหรืออุตสาหกรรมบันเทิงที่กำลังบูมถึงขีดสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พวกเขาปรับตัว เปลี่ยนแปลง พัฒนา และที่สำคัญคือพวกเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองและกล้าที่จะลงทุนเพื่อไปให้ถึงมาตรฐานโลก … นี่แหละคือแชมป์ที่แท้จริงสำหรับประเทศเกาหลีใต้

กระแสที่ต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยง 

ความสำเร็จ 1 ครั้งสร้างความคาดหวังในครั้งต่อ ๆ มา หลังจากฟุตบอลโลก 2002 จบลง และฟุตบอลโลกครั้งต่อ ๆ ไปได้เดินทางเข้ามา ชาวเกาหลีใต้ คาดหวังในความสำเร็จกับทีมชาติของพวกเขามากเกินกว่าที่ควรจะเป็น พวกเขาคิดว่าทีมจะต้องดำเนินตามทีมชุด 2002 ของ กุส ฮิดดิงก์ ให้ได้ หรือไม่ก็ต้องทำให้ได้ใกล้เคียง เพียงแต่เป็นความจริงมันไม่ง่ายแบบนั้น

คลิกเลย >>> https://www.ufabetwins.com/
อ่านเพิ่มเติม >>> บ้านผลบอล